
ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับคำว่า Server กันก่อน Server คือระบบที่ทำหน้าที่ในการเก็บข้อมูล และให้คอยให้บริการผู้ใช้งาน ยกตัวอย่างเช่น เมื่อคุณต้องการเปิดเว็บไซต์ Server ที่ให้บริการก็จะส่งข้อมูลไปให้กับผู้ใช้งานนั้นๆ ซึ่ง Server ที่ว่านี้มีหน้าตาหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบตู้สี่เหลี่ยม หรือ Rack ที่หลายองค์กรนิยมนำมาใช้เป็น Data Center หรือ แบบ Cloud Server ที่ให้บริการในรูปแบบของ Virtual Server
โดยในครั้งนี้เราจะมาพูดถึงประเด็นหลักเกี่ยวกับความแตกต่างของ Server แบบตู้ หรือ Rack เทียบกับ Cloud Server ว่าทั้งสองแบบนี้มีหลักการทำงานอย่างไร มีจุดแตกต่างกันที่ส่วนไหน และแบบใดที่เหมาะกับการใช้งานขององค์กรมากที่สุด
ทำความรู้จักกับ Server ทั้ง 2 แบบ
Rack Server เป็นการออกแบบมาเพื่อติดตัง้ ไว้ในตู้Rack สำ หรับการใช้งานด้าน Server โดยตรง และต้องมี
ผู้เชี่ยวชาญคอยดูเเลระบบการทำงานต่อเนื่องตลอด 24 ชม. โดยระบบนี้จะสามารถรองรับการทำงานปริมาณมากได้
พูดถึงในด้านการติดตั้ง Rack Server อาจจะต้องใช้พื้นที่ในการติดตัง้ ประมาณหนึ่ง เพราะ Rack Server จะมีลักษณะเป็นตู้สี่เหลี่ยมไว้สำหรับใส่ Server ที่ถูกออกแบบมาให้ใส่กับตู้ Rack ซึ่งมีรูปทรงค่อนข้างบาง สามารถวางซ้อนทับกันได้หลายๆชั้น เพื่อช่วยประหยัดพื้นที่ในการติดตั้ง นอกจากนี้ยังมีระบบระบายความร้อนภายในตัว เพราะเครื่อง Server ต้องทำงานอยู่ตลอด หากติดตั้งในห้องที่มีระบบระบายอากาศที่ดีด้วยจะยิ่งสามารถยืดอายุการใช้งานออกไปได้
Rack Server จึงถือเป็นอุปกรณ์และตัวช่วยที่สำ คัญมากในการบริหารจัดการระบบเครือข่าย และลดเวลาในการจัดการปัญหา นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้อีกด้วย เช่น ป้องกันน้ำรั่วไหลใส่เครื่อง Server ป้องกันความเสียหายจากการตกกระเเทกพื้น และปัญหาอื่นๆ อีกมากมาย
หลักการในการเลือกและการใช้งาน Rack Server
ควรเลือกตู้Rack ที่มีการออกแบบระบบระบายความร้อนที่ดี มีการป้องกันฝุ่นเเล้วความชื้น และถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถจัดวางตู้Rack และการติดตั้งสายไฟได้อย่างเป็นระบบระเบียบ
- Rack Server จะเหมาะกับบริษัทเเละองค์กรที่มีการ Host ระบบ Cloud com
- เหมาะสำ หรับองค์กรที่เป็น Host Server ของเกมส์ออนไลน์ หรือผู้ให้บริการเกมออนไลน์ทั้งบน PC และ Mobile game เพราะจำเป็นต้องรองรับการ Workload จำนวนมาก
- เหมาะกับสำหรับองค์กรกระทรวงหรือมหาวิทยาลัย ที่ต้องรองรับผู้ใช้งานที่เชื่อมต่ออยู่ตลอด โดยเฉพาะมหาวิทยาลัย เนื่องจากนักศึกษาต้องมีการเชื่อมต่อเพื่อลงทะเบียนเรียน ตรวจสอบข้อมูลส่วนตัว จึงต้องมี Server ที่พร้อมใช้งานตลอดเวลา
Cloud Server เป็นการให้บริการในรูปแบบของ Virtual Server หรือเซิร์ฟเวอร์เสมือนจริง เป็น Server ขนาดใหญ่ที่มีระบบการทำงานของ Server หลายๆเครื่องพร้อมกัน สามารถประมวลผลข้อมูลได้จำนวนมากอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เมื่อเกิดปัญหาขึ้นที่ Server ตัวหนึ่ง ก็จะมี Server ตัวอื่นๆ คอยรองรับการทำงานแทนอยู่ตลอด จึงหมดปัญหาเรื่อง Server ล่มไปได้เลย เหมาะมากๆ กับองค์กรธุรกิจ หรือแอปพลิเคชันที่ต้องมีการทำงานอย่างต่อเนื่อง ห้ามถูกขัดจังหวะ
สำ หรับ Cloud Server นั้นจะแตกต่างจาก Server ทั่วไปตรงที่ปกติเเล้ว Server จะสามารถสร้าง OS ได้เพียง 1 ตัว และสามารถทำงานได้แค่ภายในระบบของเครื่องเท่านั้น แต่สำหรับ Cloud Server นั้นไม่ใช่แต่จะสามารถสร้าง OS ได้หลายตัวใน Server เพียงเครื่องเดียว และยังสามารถขยายความจุได้ง่ายกว่า Server แบบทั่วไปอีกด้วย ทำให้สามารถบริหารต้นทุนได้อย่างรวดเร็ว และมีความยืดหยุ่นสูง
หลักการในการเลือก และการใช้งาน Cloud Server
สิ่งสำคัญเบื้องต้นคือเลือกผู้ให้บริการ Cloud Server ที่ตอบโจทย์ และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ขององค์กร ซึ่งปัจจุบันมีผู้ให้บริการอยู่หลายเจ้า ReadyIDC ก็คือหนึ่งในนั้น และมีเจ้าหน้าที่คอยดูเเล Support ให้การช่วยเหลือเมื่อมีการใช้งาน Server อยู่ตลอด ตั้งแต่ขั้นตอนแรกไปจนถึงการติดตั้งรวมไปถึงการแก้ปัญหาต่างๆ
เลือกฟังก์ชั่น หรือฟีเจอร์การใช้งานที่สอดคล้องกับความต้องการ เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต หากเป็นธุรกิจขนาดเล็ก หรือเพิ่งเริ่มธุรกิจ ควรเลือก Cloud Server แบบพื้นฐานก่อน และเลือกราคาที่เหมาะสม โดยหากอนาคตมีความต้องการที่จะอัพเดตการใช้งานเพิ่มเติม ก็สามารถปรับเพิ่มขนาดของ Server ได้ ที่สำ คัญต้องเป็นระบบที่ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อนจนเกินไป โดยที่ผู้ใช้งานสามารถเรียนรู้วิธีการใช้ และเเก้ปัญหาเบื้องต้นต่างๆ ได้เอง
- เหมาะกับบริษัทองค์กรขนาดเล็ก หรือธุรกิจ SME เพราะการติดตั้ง Server มีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ไม่เพียงแต่ค่าใช้จ่ายอุปกรณ์ฮาร์ดเเวร์ แต่ยังต้องมีค่าจ้างบุคคลากรเพื่อมาดูเเลระบบให้อีกด้วย Cloud Server เหมาะกับองค์กรขนาดเล็ก เพราะง่ายต่อการบริหารต้นทุน และสามารถปรับขยายได้ตามความต้องการ
- หากเป็นองค์กรขนาดใหญ่ตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป และมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เยอะ ก็สามารถเลือกใช้ได้ทั้งแบบ Server ทั่วไป และ Cloud Server โดยขึ้นอยู่กับความต้องการขององค์กร
- เหมาะสำหรับองค์กรที่ใช้งาน Cloud Server และต้องการออนไลน์อยู่ตลอด เช่น Application Server ที่ต้องการความเสถียรของการเข้าใช้งานที่แน่นอน
สรุปเเล้วระบบทั้งสองมีข้อดี และข้อเสียที่แตกต่างกัน การเลือกใช้ที่เหมาะสมคือการเลือกให้ตรงกับความต้องการและวัตถุประสงค์ของการใช้งานในแต่ละองค์กร อีกทั้งควรเลือกผู้ให้บริการหรือผู้ที่ดูเเลระบบ Server ที่มีความเชี่ยวชาญ และเป็นมืออาชีพมากพอ รวมไปถึงการบริการหลังการขายที่ดี และการเเก้ปัญหาที่รวดเร็ว เพื่อขจัดปัญหาที่อาจจะเกิดตามมาทีหลัง
หากท่านไหนที่สนใจเกี่ยวกับระบบ SunSystems, CheckSCM หรือบริการอื่นๆ ของ IMAS สามารถติดต่อได้ที่ sale@i-mas.net สอบถามเพิ่มเติม โทร 02-6667400 หรือ Line Official : @imas.official (มี @ ด้วยนะครับ)
Reference : https://www.readyidc.com/