การขอคืนภาษีสำหรับนักท่องเที่ยว

  1. ไม่เป็นผู้มีสัญชาติไทย
  2. ไม่เป็นผู้มีภูมิลำเนาในประเทศไทย
  3. ไม่เป็นนักบินหรือลูกเรือของสายการบินที่เดินทางออกนอกราชอาณาจักร
  4. เดินทางออกนอกราชอาณาจักร ณ ท่าอากาศยานระหว่างประเทศ ที่มีสำนักงานคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้นักท่องเที่ยวตั้งอยู่
  5. ซื้อสินค้าจากร้านค้าที่แสดงป้ายสัญลักษณ์ “VAT REFUND FOR TOURISTS”
  • นักท่องเที่ยวต้องนำสินค้าออกนอกราชอาณาจักรไทย ภายใน 60 วัน โดยนับวันที่ซื้อสินค้าเป็นวันแรก
  • ต้องซื้อสินค้ามูลค่าไม่น้อยกว่า 2,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) จากสถานประกอบการแห่งเดียวกัน ในวันเดียวกัน 
  • ณ วันที่ซื้อสินค้า ให้แสดงหนังสือเดินทางแก่พนักงานขายและขอแบบ ภ.พ.10 / e -P.P.10 จากร้านค้าพร้อมทั้งต้นฉบับใบกำกับภาษี โดยแบบ ภ.พ.10  / e -P.P.10 แต่ละฉบับต้องมีมูลค่าสินค้า 2,000 บาทขึ้นไป
  • ในวันที่เดินทางออกก่อน Check-in ให้นำสินค้าและแบบ ภ.พ.10  / e -P.P.10 ที่มีมูลค่าการซื้อสินค้ารวมกันแล้วถึง 20,000 บาท ไปแสดงให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสินค้าและประทับตรา
  • สินค้าราคาแพง ได้แก่ อัญมณีที่ประกอบขึ้นเป็นตัวเรือนหรือของรูปพรรณ ทองรูปพรรณ นาฬิกา แว่นตา ปากกา โทรศัพท์แบบพกพา หรือสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์แบบพกพา กระเป๋าถือ (ไม่รวมถึง กระเป๋าเดินทาง) เข็มขัด ที่มีมูลค่าของสินค้าแต่ละชิ้นตั้งแต่ 40,000 บาทขึ้นไป หรือสินค้าที่สามารถนำติดตัวไปพร้อมกับการเดินทางที่มีมูลค่าการซื้อสินค้าต่อชิ้นตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป ต้องนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่สรรพากรตรวจอีกครั้ง ณ สำนักงานคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ผู้โดยสารขาออก ส่วนในหลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง
  • นักท่องเที่ยวสามารถเลือกที่จะขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ได้ผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่งดังนี้
    • เคาน์เตอร์คืนภาษี ณ สนามบิน ( Trip by Trip )
    • แอพพลิเคชั่น ThailandVRT ( เฉพาะ e-P.P.10 )
    • ไปรษณีย์ (มากกว่าหรือเท่ากับ 30,000 บาท)

  • นักท่องเที่ยวต้องนำสินค้าออกนอกราชอาณาจักรไทย ภายใน 60 วัน โดยนับวันที่ซื้อสินค้าเป็นวันแรก
  • ต้องซื้อสินค้าจากร้านค้าที่แสดงป้ายสัญลักษณ์ “VAT REFUND FOR TOURISTS”
  • ต้องซื้อสินค้ามูลค่าไม่น้อยกว่า 2,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) จากสถานประกอบการแห่งเดียวกัน ในวันเดียวกัน
  • ณ วันที่ซื้อสินค้า ให้แสดงหนังสือเดินทางแก่พนักงานขายและขอแบบ ภ.พ.10 จากร้านค้าพร้อมทั้งต้นฉบับใบกำกับภาษี โดยแบบ ภ.พ.10 แต่ละฉบับต้องมีมูลค่าสินค้า 2,000 บาทขึ้นไป
  • ในวันที่เดินทางออกก่อน Check-in ให้นำสินค้าและแบบ ภ.พ.10 ที่มีมูลค่าการซื้อสินค้ารวมกันแล้วถึง 20,000 บาท ไปแสดงให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสินค้าและประทับตรา
  • สินค้าราคาแพง ได้แก่ อัญมณีที่ประกอบขึ้นเป็นตัวเรือนหรือของรูปพรรณ, ทองรูปพรรณ, นาฬิกา, แว่นตา ปากกา โทรศัพท์แบบพกพา หรือสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์แบบพกพา กระเป๋าถือ (ไม่รวมถึง กระเป๋าเดินทาง) เข็มขัด ที่มีมูลค่าชิ้นละ 40,000 บาทขึ้นไป หรือสินค้าที่สามารถนำติดตัวไปพร้อมกับการเดินทางที่มีมูลค่าการซื้อต่อชิ้นตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป ต้องนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่สรรพากรตรวจประทับรับรองในแบบ ภ.พ.10 อีกครั้ง ณ สำนักงานคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ผู้โดยสารขาออก ส่วนในหลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง
  • เป็นลูกเรือที่เดินทางออกนอกประเทศในระหว่างปฏิบัติหน้าที่
  • ไม่ได้นำสินค้าออกนอกประเทศไทยภายใน 60 วันนับตั้งแต่วันที่ซื้อสินค้า
  • ไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศไทยผ่านทางท่าอากาศยานนานาชาติ
  • ชื่อและหมายเลขหนังสือเดินทางในใบกำกับภาษีที่แนบมากับแบบ ภ.พ.10 ไม่ใช่ของผู้ขอคืนภาษี
  • ซื้อสินค้าที่มีมูลค่ารวมน้อยกว่า 2,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) จากสถานประกอบการแห่งเดียวกัน ในวันเดียวกัน
  • ไม่ได้จัดทำแบบ ภ.พ. 10 ในวันที่ซื้อสินค้า
  • ไม่แนบต้นฉบับใบกำกับภาษีมาพร้อมกับแบบ ภ.พ.10
  • ไม่นำสินค้าออกนอกประเทศในวันที่เดินทางออก
  • ไม่ได้ซื้อสินค้าจากร้านค้าที่อยู่ในระบบการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้นักท่องเที่ยว (VRT)
  • จำนวนรายการสินค้าที่แสดงในแบบ ภ.พ.10 มากกว่าจำนวนรายการที่แสดงในใบกำกับภาษี
  • ไม่ได้รับการตรวจสินค้าจากศุลกากรก่อนนำออกนอกประเทศ
  • ไม่ได้รับการตรวจสินค้าราคาแพงอีกครั้งจากเจ้าหน้าที่สรรพากร
  • ใบกำกับภาษีที่แนบมากับแบบ ภ.พ.10 ไม่ได้ออกจากร้านค้าที่ระบุไว้ในแบบ ภ.พ.10
  • มูลค่าการซื้อสินค้า รวมกันทั้งหมดตั้งแต่ 20,000 บาท ขึ้นไป นักท่องเที่ยวไม่ได้นำสินค้าไปแสดงต่อเจ้าพนักงานศุลกากรในวันที่เดินทางออกนอกราชอาณาจักรในทริปที่ซื้อสินค้า
  • มื่อนักท่องเที่ยวซื้อสินค้าที่มีมูลค่ารวมตั้งเเต่ 2,000 บาท (ราคาสินค้ารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) จากสถานประกอบการแห่งเดียวกัน ในวันเดียวกัน ให้จัดทำแบบ ภ.พ. 10 และมอบให้นักท่องเที่ยวพร้อมใบกำกับภาษี
  • ขอดูหนังสือเดินทาง (Passport) จากนักท่องเที่ยวเพื่อบันทึกชื่อและเลขที่หนังสือเดินทางลงในใบกำกับภาษีให้ตรงกับข้อมูลของนักท่องเที่ยวในแบบ ภ.พ.10 (หากใบกำกับภาษีมีข้อผิดพลาดที่ต้องแก้ไข ให้ทำการยกเลิกใบกำกับภาษีที่ผิดพลาดแล้วออกใบกำกับภาษีฉบับใหม่)
  • กรณีการขายสินค้ามีส่วนลด ให้ระบุราคาที่หักส่วนลดแล้ว และเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • หากเนื้อที่สำหรับกรอกรายการสินค้าในแบบ ภ.พ.10 มีไม่เพียงพอ ให้ใช้ใบต่อ ภ.พ.10
  • เลขที่ใบกำกับภาษีที่ระบุในแบบ ภ.พ.10 ต้องตรงกับเลขที่ของใบกำกับภาษีที่จัดทำขึ้น
  • ระบุรายการสินค้าให้ชัดเจนว่าเป็นสินค้าประเภทใด โดยไม่ลงรายการเป็นรหัสสินค้า
  • ไม่นำรายการสินค้าดังต่อไปนี้มาจัดทำหรือระบุในแบบ ภ.พ.10
    – สินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่น อาหารสด ฯลฯ
    – สินค้าที่ต้องห้ามนำออกนอกราชอาณาจักร อาวุธปืน วัตถุระเบิดหรือสินค้าที่มีลักษณะเดียวกัน อัญมณีที่ยังไม่ได้ประกอบขึ้นเป็นตัวเรือนหรือรูปพรรณ)
    – ค่าบริการ
  • กรณีนักท่องเที่ยวซื้อสินค้าประเภท อัญมณีที่ประกอบเป็นตัวเรือนหรือของรูปพรรณ ทองรูปพรรณ นาฬิกา แว่นตา ปากกา โทรศัพท์แบบพกพาหรือสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์แบบพกพา กระเป๋าถือ (ไม่รวมถึงกระเป๋าเดินทาง) เข็มขัด ที่มีมูลค่าการซื้อสินค้าแต่ละชิ้นตั้งแต่ 40,000 บาทขึ้นไป หรือสินค้าที่สามารถนำติดตัวไปพร้อมกับการเดินทางที่มีมูลค่าการซื้อสินค้าต่อชิ้นตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป ให้ประทับตราข้อความสีแดง (ตามตัวอย่างด้านล่าง) เพื่อให้นักท่องเที่ยวทราบว่าต้องนำสินค้าดังกล่าว ติดตัวไปแสดงต่อ เจ้าหน้าที่สรรพากรประจำท่าอากาศยานระหว่างประเทศ ในการขอคืนภาษีด้วย
  • ลงลายมือชื่อผู้จัดทำคำร้องในแบบ ภ.พ.10
  • ลงวันที่การจัดทำคำร้องในแบบ ภ.พ.10 วันที่เดียวกับวันที่ในใบกำกับภาษี
  • ให้นักท่องเที่ยวกรอกข้อมูลในแบบ ภ.พ.10 (ในส่วนสำหรับนักท่องเที่ยว) พร้อมลงลายมือชื่อ ผู้ขอคืนในวันที่ซื้อสินค้าโดยทันที และให้ตรวจลายมือชื่อผู้ขอคืนให้ตรงกับลายมือชื่อนักท่องเที่ยวในหนังสือเดินทาง (Passport)

หากท่านไหนที่สนใจเกี่ยวกับระบบ SunSystems, CheckSCM หรือบริการอื่นๆ ของ IMAS
สามารถติดต่อได้ที่ sale@i-mas.net สอบถามเพิ่มเติม โทร 02-666740
หรือ Line Official : @imas.official (มี @ ด้วยนะคะ)

Reference : www.rd.go.th